2006/May/23

...

คืนฟ้าหนาวดาวพร่างพราย

เนื้อกายต้องลม

ท้องฟ้าดูหม่น

ดวงตาดูเศร้า

ดาวเหงาอยู่กลางเวหา

แสงจันทร์ไม่สาดส่องลงมายังพื้นดิน

วันคืนที่ผ่านพ้นมีเรื่องราวเข้ามานับไม่ถ้วน

ความสุขกับความทุกข์เป็นของคู่กัน

เหมือนพระจันทร์กับดวงอาทิตย์

ขึ้นมาแล้วก็ลงไป

อีกไม่นานก็จะมาใหม่เป็นเช่นนี้เรื่อยไป

ตราบจนลมหายใจจะหมดสิ้น

ชีวิตก็เป็นเช่นนี้

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

ดูเหมือนช่วงนี้ฉันจะเศร้าสร้อย

แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ทั้งหมดหรอก

ฉันยังมีอีกด้าน

ภูเขาตั้งสูงตระหง่าน

ภูผาวางเรียงราย

ทะเลรายล้อม

ท้องฟ้าล้อมรอบ

ยิ่งใหญ่ แข็งแกร่ง

แต่ทว่าเดียวดาย

เสียงคลื่นซัดสาด

มองเห็นไกลสุดขอบฟ้า

ในบางเวลาฉันก็ไปโผล่อยู่ในอีกดินแดนที่ไม่ใครจะไปถึง

จินตนาการที่กว้างไกลดุจแผ่นฟ้า

เปลื่ยนห้องนอนสีเหลี่ยมสีฟ้า

ให้กลายเป็นพื้นที่โล่งแจ้งหรือไม่ก็กลางทะเลทราย

ทะเลทรายยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ

เจ็บปวดทิ่มแทงเข้าถึงกระดูก

เก็บทรายใส่ขวดแก้ว

หวังจะนำดินแดนอันเร้นลับกลับติดมือ

แต่พอตื่นลืมตาขึ้นมาทรายนั้นพลันหายไป

หายไปในดวงตา

หายไป

หายไป

ขวดทรายแก้ว

2006/May/15

แดดส่องฟ้าพาแสบตาเจิดจ้าทั่วแดนดิน

เช้าวันใหม่ที่มีทั้งความสดใสและหดหู่

วันวันหนึ่งมีอะไรให้ทำมากมาย

อีกไม่นานแมวดำตัวน้อย

ก็จะได้กลับไปอยู่มุมเงียบๆของตัวเองซะที

โลกใบเล็กเกิดขึ้นได้เสมอ

เอาแค่ผลส้มก็พอ

ตอนฉันเด็กๆ ฉันไม่คิดว่าอยากจะมีโลกส่วนตัวเท่าผลส้ม

คิดว่าโลกมันสดใสดีอยู่แล้วล่ะ

มีเด็กๆวิ่งเล่นกันเต็มสนาม

เด็กช่างสดใสและน่ารักหากแต่เปราะบางเหมือน

ใบไม้เหลืองในฤดูใบไม้ร่วง

รอยยิ้มเจือจางบนใบหน้า ร่าเริงอยู่กลางหญ้าเขียว

เด็กๆเล่าเรื่องที่เป็นเรื่องของพวกเขาเอง

จินตนาการที่บริสุทธ์แต่แฝงไว้ด้วยร่องรอยของคืนวัน

เมื่อเติบโตจึงรู้ว่าโลกนี้มิได้เป็นอย่างฝัน

ฝันกลับดำทะมึน

สีดำคลืบคลานเข้ามาเรื่อยๆแผ่กระจายอยู่ทุกมุมตึก

ทุกซอกของมุมเมืองเต็มไปด้วยควันดำ

โลกที่ถูกทาด้วยสีขาวก็จางหายไปเช่นกลุ่มควัน

สีขาวถูกปนเปื้อนด้วยสารพิษที่เน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นเช่น

กองขยะที่ไม่มีใครต้องการ

แล้วกองขยะก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นแล้วก็เพิ่มขึ้น

แม้จะฝังดินกลบก็ยังไม่มิด กลิ่นยังคงเล็ดรอดออกมาได้

มันเหม็นสิ้นดี

นี่ฉันจะเสียดสีสังคมมากเกินไปหรือเปล่า

แต่ถึงกระนั้นคนหัวดื้ออย่างฉันก็จะเอาสีข้างเสียดสีต่อไป

แม้เลือดจะต้องเปื้อนดินก็ตาม

โลกไม่ได้สดสวยอย่างที่เห็น

โลกทั้งใบอยู่ในใจเราต่างหาก

อย่าเอาใจออกนอกสิ ลองมองเข้าไปข้างใน

หิวข้าวก็กินข้าว ไม่ใช่หิวข้าวแล้วเข้าห้องน้ำ

มันจะอิ่มไหม

เหงาก็เฝ้าดูจิตใจ เหงาแล้วเที่ยวกลางคืนไม่หายเหงาหรอก

แก้วน้ำรั่วไม่มีวันเต็ม

จะเติมเท่าไหร่มันก็ขาดหาย เติมไม่เต็ม

น้าสีเหลืองอำพันไม่ทำให้ความทุกข์จางหายไปหากแต่เพิ่มความทุกข์

กิเลสที่เกิดอยู่ในใจจะกลายเป็นสนิมตัวร้ายที่ค่อยๆกัดกินใจ

ทีละน้อย ทีละน้อย แล้วสุดท้ายก็จะเหลือเพียงเศษใจที่เต็มไป

ด้วยความซอกซ้ำแม้มองไม่เห็นแต่มันสัมผัสได้

บล็อคเงียบๆของฉันไม่หวังอะไรจากผู้อ่าน

ที่ต้องการเพียงแค่ความสนุก

เพราะทุกถ้อยคำมันมีมากกว่านั้น

ฉันหวังเพียงแค่ข้อคิดที่อยู่ในซอกหลืบอันพิลึกของฉัน

จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่คิดตามและคิดเป็น

อ่านเถอะถ้ามันจะเกิดผล

ออกไปเถอะถ้าจะเข้ามาเพียงเพื่อกวาดสายตาแล้วเดินจากไป

สมองน่ะมีไว้คิดจ้ะหาใช่ไว้คั้นหูไม่

ฉันเองก็ใช่ว่าจะมีมากมายแถมยังปากร้ายอีกด้วย

โลกใบเล็กเท่าผลส้มกลิ้งมาแล้ว

เจ้าส้มผลเล็กตะโกนเรียกฉันใหญ่แล้วล่ะ

ไปแล้วน้า

วันหน้าพบกันค่ะ รักษาตัว รักษาใจด้วยนะคะทุกคน

2006/Apr/19

หายไปนานเลยเราวันนี้มีโอกาสเลยเข้ามาแหวกความเงียบสักหน่อย

อยากจะตะโกนกู่ร้องให้ความเงียบนั้นจางหายไปแต่ก็ไม่มีทาง

เพราะฉันชอบความเงียบ

โลกส่วนตัวไม่ได้มีมากมาย

แต่ละวันมีแต่เสียงผู้คน

เสียงคนที่เอาแต่พูดโดยที่ไม่ได้ฟังกัน

เหมือนนกกระจอกที่เกาะอยู่ตามเสาไฟฟ้า ต่างก็อยากจะร่ำร้องส่งเสียง

จนลืมที่จะหยุดฟังเสียงผู้อื่นบ้าง

ลืมแม้กระทั้งฟังเสียงของตัวเอง

เสียงแหลมที่แสบหูบวกกับขี้เหม็นๆของมัน

ทำให้ฉันต้องหลีกเลี่ยงเสียให้พ้น

เวลาสามเดือนมีมากมาย

แต่บางทีก็เหมือนเรากำลังอยู่ในขวดแก้วแห่งกาลเวลา

วันเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เหมือนจะทรมานให้ขาดใจ

การรอคอยช่างยาวนานจริงๆ

การรอคอยที่จะพบกับชายอันเป็นที่รักแสนยาวนาน

เมื่อวันนั้นมาถึงเราจะรู้ว่ามันคุ้มค่าและมีความหมายมากเพียงใด

วันนี้อย่าลืมไปเลือกตั้ง สว.กันนะคะ

อย่าเที่ยวจนเพลินล่ะ

รักษาสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็งเตรียมพร้อมกับวันใหม่ให้ดี

วันนี้เข้ามาแล้วก็จะออกไป

อีกนานกว่าจะมาใหม่

ไปแล้วค่ะ สวัสดี